สาระ1000ช่าง  >  ขนาดของแบตเตอรี่(ถ่านไฟฉาย)และการใช้งานที่ถูกต้อง

ขนาดของแบตเตอรี่(ถ่านไฟฉาย)และการใช้งานที่ถูกต้อง

แบตเตอรี่ (Battery) เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วย เซลล์ไฟฟ้าเคมี หนึ่งเซลล์หรือมากกว่า ที่มีการเชื่อมต่อภายนอกเพื่อให้กำลังงานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า แบตเตอรี่มี ขั้วบวกและ ขั้วลบ ที่มีเครื่องหมายบวกจะมีพลังงานศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าขั้วที่มีเครื่องหมายลบ ขั้วที่มีเครื่องหมายลบคือแหล่งที่มาของอิเล็กตรอนที่เมื่อเชื่อมต่อกับวงจรภายนอกแล้วอิเล็กตรอนเหล่านี้จะไหลและส่งมอบพลังงานให้กับอุปกรณ์ภายนอก เมื่อแบตเตอรี่เชื่อมต่อกับวงจรภายนอก

 

แบตเตอรี่ชนิดประจุไฟฟ้าใหม่ได้ และ แบตเตอรี่ชนิดประจุไฟฟ้าใหม่ไม่ได้ (ใช้แล้วทิ้ง) ซึ่งนิยมใช้อย่างแพร่หลายทั้งสองชนิด

แบตเตอรี่ใช้แล้วทิ้งเรียกอีกอย่างว่า เซลล์ปฐมภูมิ ใช้ได้ครั้งเดียว เนื่องจากไฟฟ้าที่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีเมื่อสารเคมีเปลี่ยนแปลงหมดไฟฟ้าก็จะหมดจากแบตเตอรี่ แบตเตอรี่เหล่านี้เหมาะสำหรับใช้ในอุปกรณ์ขนาดเล็กและสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ในทางตรงกันข้ามแบตเตอรี่ชนิดประจุไฟฟ้าใหม่ได้หรือ เซลล์ทุติยภูมิ สามารถประจุไฟฟ้าใหม่ได้หลังจากไฟหมดเนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทำแบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถทำให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิมได้โดยการประจุไฟฟ้าเข้าไปใหม่ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้อัดไฟนี้เรียกว่า ชาร์เจอร์ หรือ รีชาร์เจอร์

ถ่านไฟฉายธรรมดาเป็นเซลล์ไฟฟ้าชนิดเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี (carbon-zinc cell) ถูกประดิษฐ์ขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1866 โดยชอร์ช แลกลองเช (Georges Leclanch?) วิศวกรชาวฝรั่งเศส ชื่อเซลล์คาร์บอน-สังกะสีบอกถึงองค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์ไฟฟ้าชนิดนี้ว่า ประกอบด้วย แท่งคาร์บอนหรือแท่งถ่านทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าจากแคโทด ซึ่งสารที่ทำหน้าที่เป็นแคโทดคือ สารแมงกานีสไดออกไซด์ (manganese dioxide) โดยผสมร่วมกับผงถ่าน ส่วนแอโนดคือ กระป๋องสังกะสี (zinc) ตัวกระป๋องนอกจากจะทำหน้าที่เป็นแอโนดแล้วยังใช้บรรจุสารแคโทดด้วย โดยมีชั้นของสารละลายแอมโมเนียมคลอไรด์ (ammonium chloride) และซิงค์คลอไรด์ (zinc chloride) ทำหน้าที่เป็นสารอิเล็กโทรไลต์กั้นระหว่างชั้นแคโทดและชั้นแอโนด

จุดเด่นของถ่านไฟฉายธรรมดาคือ ราคาถูกและมีหลายขนาดให้เลือกใช้ แต่จุดด้อยคือ ถ่านไฟฉายชนิดนี้ให้พลังงานได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับถ่านชนิดอื่น นอกจากนี้หากเก็บในสถานที่มีอุณหภูมิที่ร้อน หรือเย็นเกินไปจะมีผลทำให้ ประสิทธิภาพของถ่านลดลง

ถ่านไฟฉายแอลคาไลน์ด์ ต้นแบบมาจากแบตเตอรี่ แอลคาไลน์ที่โธมัส เอดิสันพัฒนาขึ้นระหว่างปลายทศวรรษที่ 1890 ถึงต้นทศวรรษที่ 1900  แบตเตอรี่แอลคาไลน์ของเอดิสันใช้โปตัสเซียมไฮดรอกไซด์ (potassium hydroxide) ซึ่งมีฤทธิ์เบสเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ใช้เหล็กเป็นแอโนด และใช้สารประกอบนิกเกิลออกไซด์ (nickel oxide) เป็นแคโทด ขณะที่ลิววิสใช้สารแมงกานีสไดออกไซด์เป็นแคโทด ส่วนแอโนด ลูอิสเปลี่ยนจากการใช้ถ้วยสังกะสีเป็นผงสังกะสีแทน และใช้สารโปตัสเซียมไฮดรอกไซด์เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์แทน

ปัจจุบันถ่านแอลคาไลน์ที่จำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดมีประสิทธิภาพการ ให้พลังงานสูง  เพราะได้ผ่านการปรับปรุง และพัฒนาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผง สังกะสีที่มีความบริสุทธิ์สูง และมีขนาดอนุภาคใกล้เคียงกัน เลือกใช้แมงกานีสไดออกไซด์สังเคราะห์ แทนแร่แมงกานีสไดออกไซด์จากธรรมชาติ เพราะมีความบริสุทธิ์มากกว่า ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และยังมีการเติมสารซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide) ลงไปเพื่อชะลอการกร่อนของผงสังกะสีด้วยค่ะ

 

ขนาดของแบตเตอรี่ Size of Battery

  • ถ่านไฟฉาย แบบ PP3 ลักษณะขนาดจะเป็นสี่เหลี่ยม ขนาด48.5 x  26.5 mm. ** สำหรับแบบ PP3 จะมีอักษรแสดงอยู่บนถ่าน (สำหรับถ่านแอลคาไลน์) 6LR61 //  (สำหรับถ่านธรรมดาเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี) 6F22
  • ถ่านไฟฉาย แบบ D เป็นถ่านไฟฉายขนาดใหญ่สุด ขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลาง x ความสูง คือ 33 x 60 mm. ** สำหรับแบบ D จะมีอักษรแสดงอยู่บนถ่าน (สำหรับถ่านแอลคาไลน์) LR20 //  (สำหรับถ่านธรรมดาเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี) R20
  • ถ่านไฟฉาย แบบ  C ที่เรียกว่า ขนาดกลาง มีขนาด 25.8 x 50 mm.   ** สำหรับแบบ C จะมีอักษรแสดงอยู่บนถ่าน (สำหรับถ่านแอลคาไลน์) LR14 //  (สำหรับถ่านธรรมดาเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี) R14
  • ถ่านไฟฉาย แบบ AA ขนาดเล็ก มีขนาด 14.5 x 49.5 mm. **  ** สำหรับแบบ AA จะมีอักษรแสดงอยู่บนถ่าน (สำหรับถ่านแอลคาไลน์) LR6 //  (สำหรับถ่านธรรมดาเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี) R6
  • ถ่านไฟฉาย แบบ  AAA ขนาดเล็กจิ๋ว มีขนาด 10.5 x 43.7 mm. ** ** สำหรับแบบ AAA จะมีอักษรแสดงอยู่บนถ่าน (สำหรับถ่านแอลคาไลน์) LR03 //  (สำหรับถ่านธรรมดาเซลล์ คาร์บอน-สังกะสี) R03

 


 

การใช้ถ่านไฟฉายให้ถูกวิธี

1.เปลี่ยนถ่านพร้อมกันทุกก้อนในคราวเดียวกัน ไม่ปะปนกับถ่านเก่า
2.ปิดสวิตช์อุปกรณ์ทุกครั้งหลังการใช้งานอย่าเปิดค้างไว้โดยไม่จำเป็น
3.ไม่ควรนำถ่านหลายชนิดหรือหลายยี่ห้อมาใช้ปะปนกัน
4.นำถ่านออกจากอุปกรณ์ทุกครั้งหลังการใช้งาน
5.ตรวจสอบวิธีการใส่ถ่านและขั้วให้ถูกต้องเสมอ
6.ไม่แกะชิ้นส่วนถ่านออกมาเล่นและไม่ควรวางไว้ในที่ที่มีความร้อนสูง
7.หลีกเลี่ยงการทำให้ถ่านเกิดการชอร์ตกัน
8.ห้ามนำถ่านที่ชาร์ตไฟไม่ได้มาชาร์ตไฟใหม่ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ค่ะ